ต้นทุนที่แท้จริงของพนักงานหนึ่งคนในประเทศไทย
เงินเดือนรวมเป็นเพียงราว 85% ของต้นทุนจริง เครื่องมือนี้เพิ่มเงินสมทบตามกฎหมายของนายจ้าง ต้นทุนตามธรรมเนียม และภาระค่าชดเชยที่สะสมตั้งแต่วันแรก
รายละเอียดตำแหน่ง
ตัวเลขเป็นเงินบาท ต่อเดือน เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ข้อมูลที่กรอกจะไม่ถูกส่งออกจากเบราว์เซอร์ของคุณ
เงินเดือนพื้นฐานบวกเงินช่วยเหลือที่จ่ายประจำและแน่นอนเพื่อตอบแทนการทำงาน เงินช่วยเหลือรายเดือนที่จ่ายแน่นอนโดยไม่มีเอกสารระบุว่าเป็นสวัสดิการ โดยทั่วไปถือเป็นค่าจ้าง
ลูกจ้างรายวันไม่มีเงินเดือนรายเดือนให้ใช้ตั้งงบประมาณ จึงต้องคูณค่าจ้างรายวันด้วยจำนวนวันที่จัดให้ทำงานจริง
เป็นความสมัครใจ ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย โดยทั่วไป 3–5%
0.2%–1.0% ตามระดับความเสี่ยงของอุตสาหกรรม ฐานค่าจ้างไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย
ใช้คำนวณค่าชดเชยสะสมด้านล่าง
ค่าชดเชยสะสมคือตัวเลขที่งบประมาณส่วนใหญ่มองข้าม เป็นภาระที่มีอยู่จริงและโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยปรากฏในรายงานเงินเดือนรายเดือน และจะครบกำหนดจ่ายครั้งเดียวในจังหวะที่การปรับโครงสร้างมีต้นทุนสูงอยู่แล้ว
การใช้บริษัทเอาต์ซอร์สไม่ได้ย้ายความรับผิดออกไปจากคุณ มาตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างร่วมของลูกจ้างที่ผู้รับเหมาจัดหามาให้ และต้องจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกับลูกจ้างของตนที่ทำงานลักษณะเดียวกัน ศาลฎีกาเคยบังคับตามบทบัญญัตินี้ และการฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
เหตุใดค่าชดเชยสะสมจึงสำคัญ
ค่าชดเชยไม่มีการประกัน ไม่มีการตั้งสำรอง และไม่ปรากฏในรายงานเงินเดือนรายเดือน แต่เพิ่มขึ้นทุกเดือนและครบกำหนดจ่ายครั้งเดียว ซึ่งมักตรงกับจังหวะที่การปรับโครงสร้างมีต้นทุนสูงอยู่แล้ว ทีมงาน 20 คน เงินเดือน 80,000 บาท อายุงานเฉลี่ย 5 ปี มีภาระที่ยังไม่ได้ตั้งสำรองราว 9.6 ล้านบาท ฝ่ายการเงินส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นตัวเลขนี้
วางแผนการบอกกล่าวและค่าชดเชยจากวันที่จริงกฎหมายกำหนดอะไรบ้าง
| รายการต้นทุน | อัตรา |
|---|---|
| ประกันสังคม — ส่วนนายจ้าง | 5% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 17,500 บาท/เดือน |
| กองทุนเงินทดแทน | 0.2%–1.0% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 240,000 บาท/ปี |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | ตามความสมัครใจ |
| โบนัสประจำปี | ตามธรรมเนียม |
| ค่าชดเชยตามกฎหมาย | 30 ถึง 400 วันของค่าจ้าง ตามอายุงาน |
เพดานค่าจ้างประกันสังคมเพิ่มจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และมีกำหนดปรับเป็น 20,000 บาทในปี 2572 และ 23,000 บาทในปี 2575
ค่าล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดเป็นต้นทุนที่เพิ่มจากตัวเลขเหล่านี้ ในอัตรา 1.5 เท่า 2 เท่า หรือ 3 เท่าของอัตราต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับวันและฐานการจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลาเพิ่มเท่าใดต้นทุนรวมต่อปีของนายจ้าง
฿1,098,980
คิดเป็น 1.14 เท่าของเงินเดือนพื้นฐาน หรือ ฿91,582 ต่อเดือน
ค่าชดเชยสะสมที่ยังไม่ได้ตั้งสำรอง
฿480,000
180 วันของค่าจ้าง เมื่อทำงานครบ 3 ปี ต้องจ่ายเต็มจำนวนหากเลิกจ้างเพราะยุบตำแหน่ง และกฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้ตั้งสำรองล่วงหน้า
คำถามที่พบบ่อย
มีเงินสมทบที่บังคับสองรายการ ประกันสังคมร้อยละ 5 ของค่าจ้าง โดยฐานค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาทต่อเดือน จึงเป็น 875 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 10,500 บาทต่อปี และลูกจ้างจ่ายเท่ากันอีกฝั่งหนึ่ง กับกองทุนเงินทดแทนร้อยละ 0.2 ถึง 1.0 ของค่าจ้างรายปีตามระดับความเสี่ยงของอุตสาหกรรม บนฐานค่าจ้างไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี ส่วนรายการอื่น ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัสประจำปี ประกันสุขภาพ และเงินช่วยเหลือต่าง ๆ เป็นธรรมเนียมหรือข้อตกลงตามสัญญา ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่หากไม่มีก็จะเสียผู้สมัครที่ดีไป
ไม่ใช่ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้ต้องจ่ายโบนัสประจำปีเลย เป็นธรรมเนียมที่แพร่หลาย โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติ และเมื่อจ่ายอย่างสม่ำเสมอแล้วอาจกลายเป็นข้อตกลงโดยปริยายตามสัญญาซึ่งยกเลิกได้ยาก ควรถือเป็นต้นทุนจริงเมื่อจัดทำงบประมาณ แต่ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าเป็นการรับประกันหรือขึ้นอยู่กับดุลพินิจ
เพราะมันเป็นต้นทุนจริง และเป็นต้นทุนที่ทำให้หลายคนประหลาดใจ ค่าชดเชยตามกฎหมายเริ่มสะสมตั้งแต่วันที่ 120 ของลูกจ้าง และเพิ่มขึ้นตามอายุงาน จาก 30 วันของค่าจ้าง เป็น 90, 180, 240, 300 และ 400 วัน กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้ตั้งสำรองล่วงหน้า จึงไม่ปรากฏในรายงานเงินเดือนรายเดือน และครบกำหนดจ่ายครั้งเดียวในจังหวะที่การปรับโครงสร้างมีต้นทุนสูงอยู่แล้ว
มี และเพิ่งเปลี่ยนไป ฐานค่าจ้างเพิ่มจาก 15,000 เป็น 17,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้เงินสมทบสูงสุดของนายจ้างต่อเดือนเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท และมีกำหนดปรับขึ้นอีกเป็น 20,000 บาทในปี 2572 และ 23,000 บาทในปี 2575 ดังนั้นงบประมาณที่ครอบคลุมหลังปี 2571 ควรเผื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้
ค่าธรรมเนียมราชการสำหรับวีซ่าและใบอนุญาตทำงานซึ่งต่ออายุทุกปี รวมถึงการรายงานตัวทุก 90 วันและเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ ตัวเลขในเครื่องมือนี้เป็นเพียงการประมาณ ค่าธรรมเนียมจริงแตกต่างกันตามประเภทวีซ่า ระยะเวลา และการได้รับส่งเสริมจาก BOI ต้นทุนที่ทำให้หลายบริษัทสะดุดไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่เป็นสัดส่วนพนักงานไทยต่อชาวต่างชาติที่บริษัท BOI ต้องรักษาไว้ การจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหนึ่งคนอาจทำให้ต้องจ้างพนักงานไทยเพิ่มอีกหลายคน
ได้ ผ่านบริการนายจ้างตามกฎหมาย (EOR) โดย JST จะเป็นนายจ้างตามกฎหมาย ถือสัญญาจ้าง ดำเนินการเรื่องเงินเดือน นำส่งเงินสมทบตามกฎหมาย และจัดการใบอนุญาตทำงาน ขณะที่พนักงานทำงานให้คุณตามปกติ เป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการทดลองตลาด การจ้างพนักงานหนึ่งถึงสองคน หรือใช้ระหว่างรอจดทะเบียนนิติบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานประกันสังคม — อัตราเงินสมทบและเพดานค่าจ้าง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 — ราชกิจจานุเบกษา
เครื่องมือนี้ให้ประมาณการต้นทุนนายจ้างในประเทศไทยโดยทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือบัญชี และไม่สามารถคำนึงถึงสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน ข้อตกลงร่วม หรือเงื่อนไข BOI ของท่านได้ ตัวเลขในส่วนที่เป็นความสมัครใจและธรรมเนียมปฏิบัติขึ้นอยู่กับนโยบายของท่านเอง กรุณาขอคำแนะนำก่อนนำตัวเลขเหล่านี้ไปใช้จัดทำงบประมาณหรือยื่นข้อเสนอ
ต้องการตัวเลขสำหรับตำแหน่งจริงของคุณหรือไม่
ส่งตำแหน่งที่คุณวางแผนจะจ้างมาให้เรา แล้วเราจะคำนวณต้นทุนให้ครบถ้วน รวมถึงภาระค่าชดเชยที่คุณจะแบกรับ และค่าใช้จ่ายหากใช้บริการนายจ้างตามกฎหมายแทน